Popular Posts

Wednesday, March 19, 2014

แนะนำคลินิก

4869697234" style="cursor: hand; display: block; height: 150px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 200px;" />







คลินิกหมอนริทธิ์-หมอพิลัมภา

<คลินิกหมอนริทธิ์-หมอพิลัมภา เปิดให้บริการครอบคลุมตรวจรักษาโรค ดังนี้ 1. แผนกโรคผิวหนัง เส้นผม เล็บ ภูมิแพ้ผิวหนัง สะเก็ดเงิน ผื่นแพ้ เชื้อรา เริม งูสวัด ลมพิษ กลาก เกลื้อน ด่างขาว อีสุกอีใส เชื้อราที่เล็บ ผมบาง 2. แผนกความงามและเลเซอร์ สิว ฝ้า กระ รอยแผลเป็น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ผ่าตัดเสริมจมูก แก้ไขหนังตาตก เลเซอร์ปากชมพู ลบรอยสัก กำจัดขนถาวร ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ปรับผิวกายทั่วตัว 3. แผนกศัลยกรรมและโรคทั่วไป เย็บแผล ผ่าตัด ไส้ติ่งอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี ปวดท้องแบบเฉียบพลัน ความผิดปกติของทวารหนัก มีอาการเจ็บ เลือดออกหรือมีก้อน เส้นเลือดขอด ผ่าฝี ผ่าหนอง และเย็บแผลตามร่างกาย ผ่าตัดเนื้องอกของผิวหนัง (ห้องผ่าตัดเปิดให้บริการเฉพาะสาขาชุมพรเท่านั้น) ปัจจุบัน คลินิกหมอนริทธิ์-หมอพิลัมภา เปิดให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ 1. สาขาชุมพร ถ.กรมหลวง ปากทางเข้ากรมหลวง ซอย 3 เปิดบริการ 10.00 น- 20.00 น. ทุกวัน โทร 077-570414 เวลาทำการแพทย์ • แผนกโรคผิวหนังและเลเซอร์ โรคทั่วไป วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 14.00 น. - 20.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. -14.00 น. • แผนกศัลยกรรม ผ่าตัด วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 17.00 น. - 20.00 น. วันเสาร์ เวลา 10.00 น. - 20.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. - 14.00 น. 2.สาขาเขาปีบ ตลาดเขาปีบ ถ.เขาปีบ-เขาทะลุ ใกล้บิ๊กวันและธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดบริการ 9.00 น. – 18.00 น. หยุดทุกวันพุธ โทร 081-3261770 เวลาทำการแพทย์ วันจันทร์-วันอังคาร 9.00 น - 12.00 น. วันพฤหัสบดี -วันเสาร์ 9.00 น - 12.00 น.

Monday, March 17, 2014

ภูมิแพ้ผิวหนัง

  1. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ(Atopic dermatitis)
    ตำแหน่งที่เกิดผื่น
     
               เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เป็นๆ หายๆ พบบ่อยในเด็ก ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีแนวโน้มทางพันธุกรรมอยู่เป็นพื้นฐาน
     กล่าวคือ ผู้ป่วยมักมีประวัติเยื่อบุตาอักเสบ แพ้อากาศ ไอ  จามบ่อย หรือหอบหืด โดยเฉพาะเวลาที่อากาศรอบตัว
    เปลี่ยนแปลง เช่น ตอนเช้ามืดคนในครอบครัวผู้ป่วยมักมีประวัติโรคภูมิแพ้ของเยื่อบุต่าง เช่น เยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้ แพ้
    อากาศ ไอจามบ่อย หอบหืด หรือผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารหรือ
    สารเคมีอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เกิดจากผิวหนังของผู้ป่วยไว (sensitive) ต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว ทั้งสภาพ
    ร้อน เย็น แห้ง ชื้น เชื้อโรคและสารเคมีที่ระคายผิวหนัง อย่างไรก็ตามผู้ที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวเลยก็เป็นโรคนี้ได้
    เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะความผิดปกติซ่อนเร้นอยู่ในยีนของครอบครัวผู้ป่วยโดยไม่เกิดอาการก็ได้

    อาการและลักษณะของผื่น
    อาการหลัก ได้แก่
    1.คัน
    2.ตำแหน่งของผื่น ในเด็กเล็กผื่นมักอยู่บริเวณผิวหน้า ด้านนอกของแขน แต่ในผู้ใหญ่และเด็กโต  ผื่นมักอยู่บริเวณข้อพับ
    3.ผื่นเป็นๆหายๆ เรื้อรัง
    4.มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว
    ในผู่ป่วยบางรายมีอาการสัมพันธ์กับโรคอื่นในกลุ่มภูมิแพ้ด้วย เช่น การแพ้อาหาร หอบ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ช่วงอายุต่างกัน ดังกราฟในแผนภูมิ


    มีวิธีทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังชนิดนี้หรือไม่
                การวินิจฉัยโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ อาศัยประวัติที่ผู้ป่วยมีอาการคันตามตัว เป็นผื่นผิวหนังอักเสบเป็นๆ หายๆ
     ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่าง ๆ ผู้ปกครองและผู้ป่วยมักมีคำถามเสมอว่ามีวิธีทดสอบหรือไม่ว่า
    ผู้ป่วยแพ้อะไร เช่น การสะกิดฉีด หรือแปะยา ทดสอบใต้ผิวหนัง หรือใช้วิธีการเจาะเลือดตรวจว่าผู้ป่วยแพ้อะไร คำตอบคือ
     ไม่มีวิธีการทดสอบดังกล่าวที่จำเป็นต้องทำในการดูแลผู้ป่วย แต่ผู้ป่วยและญาติควรสังเกตตัวเองว่าเมื่อสัมผัสกับ
    สิ่งแวดล้อมชนิดใดแล้วทำให้ผิวหนังอักเสบเห่อขึ้น ก็ควรหลีกเลี่ยงสภาวะแวดล้อมเหล่านั้น
    อะไรบ้างที่ทำให้ผื่นนี้กำเริบมากขึ้น
               1. สภาวะแวดล้อม เช่น สภาวะที่มีละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผื่นมีอาการคันมากขึ้น
               2. เชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา อาจแทรกซ้อนทำให้เกิดการติดเชื้อบนผิวหนังของผู้ป่วย ผิวหนังที่อักเสบอยู่เดิมจะกำเริบมากขึ้น กรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย
               3. ฤดูกาล ผื่นผิวหนังอักเสบมักมีอาการมากขึ้น ในช่วงฤดูหนาว เพราะความชื้นในอากาศต่ำ อากาศแห้ง เย็น ทำให้ผิวหนังผู้ป่วยคันและเป็นผื่น ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน เพราะอากาศที่ร้อนทำให้เหงื่อออกมาก เกิดอาการคันและเกิดผื่นเช่นเดียวกับในฤดูหนาว
               4. เสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม  และเครื่องประดับที่มีขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ จะทำให้เกิดการคันเพิ่มเติม
               5. สบู่ ครีม โลชั่น และผงซักฟอกที่ใช้เป็นประจำ สารเคมีเหล่านี้มีฤทธิ์ละลายไขมัน หรือ/และอาจมีส่วนประกอบที่ก่ออาการระคายเคืองแก่ผิวหนังทำให้เกิดอาการคันและเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้ง่าย
               6. อาหาร ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณ 10% พบว่าอาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นให้ผื่นแย่ลง มักพบในผู้ป่วยเด็ก เช่น นม ไข่ ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์บางประเภท
               7. จิตใจที่วิตกกังวลความเครียดก็สามารถทำให้โรคกำเริบได้

    วิธีการดูแลและรักษา
               1. หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้โรคกำเริบมากขึ้น เช่นไม่อยู่ในห้องปรับอากาศที่เย็นจัด ไม่อาบน้ำที่มีอุณหภูมิเย็น
    หรือร้อนจัด และควรหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เหงื่อออกมาก ควรทาครีมให้ความชุ่มชื่นทุกครั้งหลังอาบน้ำ
               2. ควรรับประทานยาต้านฮิสตามีน ลดอาการคัด เพราะอาการคัดทำให้ผู้ป่วยต้องแกะเกาผิวหนัง ผื่นผิวหนังที่อักเสบจะกำเริบขึ้นได้
               3. ยาทากลุ่มสเตรียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบของผื่นผิวหนัง ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะโรคกลุ่มนี้
    ต้องใช้ยานาน อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้อง
               4. กรณีที่มีตุ่มหนองเกิดแทรกซ้อนบนตุ่มหรือผื่นแดง แสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์
    เพราะผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
    ที่มา:-ภาควิชาตจวิทยา ศิริราช
            -Bolognia 3 edition                                                    
    โดย พญ.พิลัมภา สังข์สม


    

Wednesday, October 16, 2013

เทคโนโลยีใหม่กระตุ้นหลุมสิว

3D Fractional RF ปัญหาผิวพรรณของคนเรา ส่วนใหญ่ๆ หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องสิว แผลเป็นจากสิว ไม่ว่าจะเป็นรอยดำ รอยหลุม หรือรอยแดงจากสิว ฝ้า รอยด่างดำ ริ้วรอยเหี่ยวย่น รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าหย่อนคล้อยไม่กระชับ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งในปัจจุบัน วิวัฒนาการด้านความงาม ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้ผลมากขึ้น ดีขึ้น เร็วขึ้น และผลข้างเคียงน้อยลง Fractional RF ก็เป็นอีกวิวัฒนาการด้านความงาม ที่ใช้เทคโนโลยี ของการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) มาใช้ในการรักษาผิวพรรณ ตัวคลื่น RF ที่เราเคยรู้จักกันมาบ้าง ก็เช่น Thermage ส่วนคำว่า Fractional ที่เรารู้จักกันมาก่อน จะเป็นเลเซอร์เป็นส่วนใหญ่ เช่น Fraxel,Fine scan Fractional RF เป็นการนำเอา พลังงานคลื่นวิทยุ RF มาผสมผสานให้เป็นแบบ Fractional โดยที่ไม่ใช่เลเซอร์แบบเดิมๆ ที่เรารู้จักกัน โดยมีข้อแตกต่างกันที่ Fractional Laser ลักษณะพลังงานจะเป็นรูปปิรามิดคว่ำ (Traditional fractional resurfacing ) แต่ Fractional RF ลักษณะพลังงานจะเป็นรูปปิรามิดตั้ง (Subablative Rejuvenation)ซึ่งข้อแตกต่างนี้ อธิบายได้ว่า Fractional Laser จะทำลายผิวหน้าด้านบนมากกว่า Fractional RF และกระตุ้นคอลลาเจนหรือมีผลต่อผิวหนังด้านลึกได้น้อยกว่า Fractional RF แต่ขณะที่ Fractional RF จะกระทบต่อผิวหนังด้านบนน้อยกว่า หรือจะถูก burn น้อยกว่า Fractional Laser จึงไม่เกิดรอยดำหลังทำ เพราะไม่มีพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ เหมือนเครื่อง Fractional Laser และมีอำนาจการทะลุทะลวงเจาะเข้าไปถึงชั้นผิวหนังแท้ได้กว้างขึ้น มากขึ้น แรงขึ้น จึงกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่า Fractional Laser หรือสรุปง่ายๆ คือ Fractional RF หลังทำจึงมีปัญหารอยดำคล้ำหลังการทำน้อยกว่า Fractional Laser แต่ ประสิทธิภาพการรักษาจะได้ผลดีกว่า มากกว่า Fractional Laser Fractional RF Micro Needle Technology ( FRM) เป็น Fractional RF แบบที่ใช้เข็ม นาโนขนาดเล็กมาก แทงทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า เข้าไปที่ชั้นหนังแท้ ตัวเข็มนาโน จะทำหน้าที่คล้ายๆ Dermaroller ในสมัยเมื่อหลายปีก่อน โดยทำให้เกิด Stamping effect ไปกระตุ้น Growth facter และยังทำลายพังผืดที่ยึดเกาะรอยหลุม หรือรูขุมขนกว้าง หลังจากเข็มผ่านเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการแล้ว จะมีการปลดปล่อยคลื่น RF ที่ระดับ 2MHz เป็นระยะๆ ในอุณหภูมิคงที่ โดยพลังงานตัวนี้จะไปกระตุ้นองค์ประกอบสำคัญของผิวทั้ง 3 ชนิด ในคราวเดียวกัน คือ กระตุ้นการสร้าง Collagen,Elastin และ Hyaluronic acid ไปพร้อมๆกัน ซึ่งทั้งสามตัว เป็นโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นผิวหนัง เมื่อคอลลาเจน ฟื้นฟู ริ้วรอยก็จะลดน้อยลง ผิวมีความตึงกระชับมากขึ้น ผิวจึงเต่งตึง ฟูขึ้น และอีลาสตินที่มากขึ้นก็ไปทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นเหมือนผิวเด็ก หรือที่เรียกว่าผิวเด้ง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือสารอุ้มน้ำ (Hyaluronic acid ) จะคอยพยุงคอลลาเจนและอีลาสติน ให้โดดเด่นเห็นชัดเจนบนผิวภายนอก ดังนั้น การทำ Fractional RF Needle (FRM) จึงเป็นวิธีการที่ช่วยกระตุ้น และฟื้นฟูผิวหน้าแบบองค์รวม คือทำครั้งเดียว ได้ทั้งรอยหลุมตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ริ้วรอยลดลง หน้ากระชับ เต่งตึง อวบอิ่ม มีน้ำมีนวล ในขณะที่เลเซอร์จะสามารถแก้ปัญหาได้เป็นอย่างๆ ไม่สามารถจะทำการแก้ไขไปพร้อมๆ กันได้ ขณะนี้ทางคลินิกได้นำเครื่องนี้มาใช้ในการกระตุ้นหลุมสิว พบว่าได้ผลดี ยังไม่พบปัญหารอยดำหลังทำแต่อย่างใด รูปหน้ายกกระชับขึ้น รูขุมขนเล็กลง หน้าใส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่คลินิกหมอนริทธิ์-หมอพิลัมภา ค่ะ

Thursday, February 21, 2013

ฝ้า กระ รักษาได้

                        ปัญหารอยคล้ำบนผิวหน้าเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะการเกิดกระและฝ้าบนใบหน้า ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวเกิดความกังวลใจ และในปัจจุบันค่านิยมในสังคมที่ชอบลักษณะใบหน้าขาวใส  ทำให้ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ พยายามหาทางแก้ไขด้วย
วิธีต่างๆมีทั้งที่ได้ผลและไม่ได้ผล และบางคนโชคร้าย ไม่ดีขึ้นและยังแย่ลงอีก ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนทำการรักษา
         กระและฝ้าเกิดจากการที่มีเม็ดสีเมลานิน (melanin pigment) สะสมในผิวหนังมากผิดปกติ ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ อย่างไรก็ตามผื่นทั้งสองจะมีลักษณะที่แตกต่างกันดังนี้
         กระ(Freckle) มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดมักเล็ก กว่า 0.5 ซม. พบกระจายอยู่บริเวณใบหน้าและผิวหนังที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ เชื่อว่าอาจมีสาเหตุจากพันธุกรรมร่วมด้วย เริ่มพบได้ตั้งแต่วัยเด็กจากนั้นจะค่อยๆมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นและสีเข้มขึ้น แบ่งได้4ประเภท ได้แก่

                  
      1. กระตื้น ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ มีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ขอบเขตไม่ชัดเจน และมักพบกระจายทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดสีมักจะเข้มขึ้น แต่ถ้าไม่โดนแดดนานๆ สีมักจะจางลงได้เอง

      2. กระลึก ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆ เห็นเป็นเงาลึกๆ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง

      3. กระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีดำ จะเป็นก้อนเล็กๆ ผิวเรียบหรือขรุขระก็ได้ บางครั้งดูคล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า คอ หรือลำตัวก็ได้

     4. กระแดด มีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน



 
        ฝ้า (Melasma)  พบบ่อยในผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป (ผู้ชายก็เป็นได้นะคะ)  มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาล พบบริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก เหนือริมฝีปากด้านบนและคาง ผื่นมักมีสีคล้ำขึ้นเมื่อถูกแสงแดด เราสามารถแบ่งชนิดของฝ้าได้เป็นสามชนิด
        1.ฝ้าตื้น  เกิดในบริเวณหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม บริเวณขอบเขตของผื่นจะเห็นชัด ฝ้าชนิดนี้ค่อนข้างตอบสนองดีต่อการรักษาเนื่องจากเม็ดสีเมลานินอยู่ไม่ลึกในผิวหนังจึงง่ายต่อการกำจัด
        2.ฝ้าลึก  เกิดในชั้นหนังแท้ ผื่นฝ้าจะเป็นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบเขตจะเห็นไม่ชัดเจนเนื่องจากเม็ดสีเมลานินอยู่ในระดับที่ลึกมากขึ้น มีผลทำให้รักษาค่อนข้างยาก ตอบสนองไม่ดีต่อการรักษา ชนิดสุดท้ายเป็นชนิดผสม มีเม็ดสี
       3.ฝ้าผสม  เมลานินสะสมมากผิดปกติทั้งในชั้นหนังแท้และหนังกำพร้า
        การแยกชนิดของฝ้านั้นจะมีประโยชน์ต่อการรักษา ทำให้สามารถประเมินได้ว่าจะรักษาได้ผลดีมากน้อยเพียงใด และเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับชนิดของฝ้านั้นๆ
 
        สาเหตุของการเกิดฝ้า
        ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างร่วมกันได้แก่
        1.แสงแดด สำหรับแสงแดดมีส่วนประกอบของรังสีอัลตราไวโอเลตชนิด A (UVA) และชนิด B (UVB) รังสีทั้งสองชนิดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ฝ้าเป็นมากขึ้น
        2.ฮอร์โมน ในส่วนของฮอร์โมนเชื่อว่าฮอร์โมนเพศชนิดเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลทำให้เกิดฝ้า โดยสังเกตพบว่าฝ้าจะเป็นมากขึ้นในสตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือสตรีที่ตั้งครรภ์ และฝ้ามักจะจางลงภายหลังหยุดยาคุมกำเนิดหรือหลังคลอดบุตร
        3.ยา เช่น ยากันชัก
        4.การแพ้เครื่องสำอาง โดยเฉพาะการแพ้น้ำหอมหรือสีที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอางนั้นๆ








       การรักษากระและฝ้า  เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า และแสงแดด เป็นเรื่องใกล้ตัว  ผ้า กระ จึงรักษาให้หายขาดได้ยาก จุดประสงค์ของการรักษา จึงเพื่อให้รอยโรคนั้นจางลง
          เน้นหลักสำคัญสองประการคือ
         1.หลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัจจัยที่จะมากระตุ้นให้กระหรือฝ้าเป็นมากขึ้น  นั่นหมายถึงการพยายามเลี่ยงแสงแดด รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทาครีมกันแดดเป็นประจำ งดยากินคุมกำเนิด
         2.การพยายามรักษาให้รอยคล้ำนั้นจางลง มีหลายวีธี ได้แก่
             2.1 ยาทา   ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือยาทาที่ใช้ในการรักษานั้นแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่กลุ่มที่เร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกำจัดออกไปได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ หรือ Alphahydroxy acid (AHA) และกรดวิตามินเอ เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่สองได้แก่ ยาหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีผลลดการสร้างเม็ดสีเมลานินเช่น ยาไฮโดรคิวโนน (Hydroquinone) กรดโคจิค (Kojic acid) หรือเจลวิตามินซี ผลการรักษาจะต้องใช้ ระยะเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์จึงเห็นการเปลี่ยนแปลง มักได้ผลในกรณีที่ฝ้าเกิดในชั้นหนังกำพร้า ส่วนกระอาจจะจางลงได้บ้าง ข้อควรระวังคือใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น อาการหน้าลอกเป็นขุย แสบแดง ระคายเคือง  ดังนั้นยาทาบางชนิดควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่นกรดวิตามินเอ หรือยาทาไฮโดรคิวโนน ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นมักจะมีผลข้างเคียง
น้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกันผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะน้อยกว่าด้วยเช่นกัน
            2.2 ยากิน  ได้ผลในคนไข้บางราย และไม่ควรใช้ระยะยาว ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
            2.3 ก5อผิว ชนิด Microdermabrasion (หรืออาจได้ยินในชื่อของเครื่องกรอผิวด้วย
เกร็ดอัญมณี) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีผู้นำมาใช้ในการรักษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการขจัดเซลล์
ชั้นหนังกำพร้าให้ลอกหลุดเร็วขึ้น ได้ผลสำหรับฝ้าและกระที่อยู่ในชั้นตื้นๆ
           2.4 สารลอกฝ้า เหมาะกับฝ้าตื้น ควรทำการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์
           2.5  เครื่องมือผลักตัวยา เช่น ไออนโต โฟโน อิเล็กโตรพอเลชั่น เมโสเธอราพี มีผลช่วยผลักยาหรือวิตามินที่เราทาไว้ก่อนบนผิวหน้าให้ซึมผ่านผิวหนังเข้าไปได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยาหรือวิตามินที่ทาไว้ก่อนนั้นออกฤทธิ์ได้ดียิ่งขึ้น การรักษาด้วยวิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อย อาจมีอาการระคายเคืองได้บ้างแต่มักไม่รุนแรง
          2.6 เครื่องให้กำเนิดแสงความเข้มสูง (Intense Pulsed Light หรือ IPL) เป็นการรักษาที่ได้รับความสนใจอย่างมากกล่าวคือเครื่องมือชนิดนี้ให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่มีรอยคล้ำจากกระหรือฝ้า ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าปกติจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน มีผลทำให้เม็ดสีเมลานินในบริเวณนั้นถูกทำลายและมีจำนวนลดลง มีผลทำให้กระหรือฝ้านั้นจางลงหรือหายไป เห็นผลการรักษาได้ค่อนข้างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้ยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
         2.7 เลเซอร์ มีหลายชนิด ที่ผู้เขียนใช้ คือ กลุ่มQ switch Nd-yag
                เลเซอร์ Q- Switch Nd-YAG สามารถปล่อยแสงได้ 2 ความยาวคลื่น คือ
 532 nm และ 1064 nm
มีลักษณะการยิงเลเซอร์ 2 เทคนิค คือ
1)   Focused technique(แบบมีรอยตกสะเก็ด) ใช้ความยาวคลื่นทั้งสองชนิด  เหมาะกับรอยโรคเฉพาะที่ เช่น รอยสัก กระ
2)   Defocused technique(แบบไม่มีรอยตกสะเก็ด)ใช้ความยาวคลื่นที่1064 nm เท่านั้น  เหมาะกับรอยโรคที่กว้าง เช่น ฝ้า  หน้าหมองคล้ำ  รักแร้ดำ ริมฝีปากคล้ำ    
 พบว่าผลการรักษาค่อนข้างดี แต่ทั้งนี้คนไข้ต้องพยายามลดปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดฝ้าด้วย
 

 

 

Thursday, January 12, 2012

เส้นเลือดขอด

เส้นเลือดขอด


โรคเส้นเลือดขอด เป็น โรคของหลอดเลือดที่พบบ่อยที่สุดคำว่า เส้นเลือดขอด หรือ Varicose vein นั้น หมายถึง การที่หลอดเลือดดำในบริเวณใต้ผิวหนังชั้นตื้น(Superficial veins) มีการโต ขยายขนาด คดเคี้ยว ซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่าในขณะที่เรายืนอุบัติการณ์ของโรคโรคนี้ มักพบใน สตรี อุบัติการณ์ เพิ่มขึ้นตาม อายุ น้ำหนักตัว จำนวนบุตรความสัมพันธ์ กับ อาชีพที่ต้องยืนนั้น พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์ ที่แน่นอน เช่น ยืนน้อยอาจเป็นได้ ยืนมากๆ อาจเป็นน้อยกว่า อย่างไรก็ตามพบว่า การยืน หรือนั่งนานๆ ก็ มีส่วนที่ทำเกิด สาเหตุปัจจุบัน ยังไม่มีการระบุ แน่ชัดว่า สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากอะไร มีสมมุติฐานมากมายสมมุติฐานที่เชื่อว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ เกิดจากความผิดปกติ (Weakness) ของ ลิ้น(Valve)และผนังหลอดเลือด ซึ่งลิ้นในหลอดเลือดดำนั้น เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ
หลอดเลือดดำปกติ โดยปกติในหลอดเลือดดำจะมีลิ้นภายในเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ นั่นคือเมื่อเรายืน ลิ้นก็จะเป็นตัวป้องกันเลือดไหลย้อนลงมา เมื่อมีความผิดปกติ ของ ลิ้นและ ผนังหลอดเลือดเลือดไม่สามารถผ่านไปได้หมดทำให้เลือดไหลย้อนกลับทำให้ เกิด การขยายตัวของเส้นเลือด เกิดการเสื่อมของความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดจนกลายเป็นเส้นเลือดขอดตามมา
หลอดเลือดดำผิดปกติ
อาการ
อาจจะมีอาการปวดแบบไม่มีแบบแผนที่แน่ชัด(Non-specific),รู้สึกว่าขาหนักๆเป็นผลมาจากการที่มีเลือดมา pool ที่ขา ทำให้เส้นเลือดที่ขาโป่งออก
อาการจะแย่ลง เมื่อยืน หรือ นั่งนานๆ จะดีขึ้นเมื่อยกขาสูงกว่าหัวใจ ปกติจะไม่มีบวม อาการบวมอาจเกิดจากมีความผิดปกติ ของหลอดเลือดชั้นลึกด้วย
การรักษา


แบ่งเป็น 2 อย่าง


1.การรักษาแบบ ประคับประคอง(Conservative treatment)โดยทั่วไป จะใช้วิธีนี้ ซึ่งจะเน้นหนักไปทางการป้องกัน และรักษาตามอาการมากกว่าซึ่งสามารถทำได้โดย สวมถุงน่อง ชนิดพิเศษ ซึ่งจะมีความหนา และแน่น กว่าถุงน่องทั่วไป โดยทั่วไปจะมี ความดัน อยู่ในช่วง 20-30 mmHg การสวมจะต้องสวมตั้งแต่ โคนขา ถึง ข้อเท้า สวมน้อยกว่านี้เช่น เฉพาะตรงเส้นเลือด ไม่ได้ผล


2.การรักษาแบบเฉพาะ (Specific treatment)ซึ่ง จะทำการรักษา แบบนี้ เมื่อ มีอาการมากขึ้น มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น รวมทั้ง ในแง่ความสวยงาม ปัจจุบันมีวิธีรักษาอยู่ 3 อย่าง คือ


1. การฉีดสาร Sclerosing เข้าไปในหลอดเลือดดำ ซึ่งจะทำให้ เส้นเลือดนั้น ฝ่อ แล้วยุบตัวไปนิยมทำกันในเส้นเลือด ขนาดเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก หรือ ใช้กับ เส้นเลือดที่หลงเหลือ หรือเป็นซ้ำหลังจากการผ่าตัด
ข้อดี คือ-ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องนอน รพ.


ข้อเสีย คือ ต้องฉีดหลายครั้ง และอาจมีรอยดำได้เล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด

2. การผ่าตัดเหมาะกับหลอดเลือดขนาดใหญ่เป็นยาวเกือบทั้งขา ไม่สามารถฉีด Sclerosing Agent ได้


ข้อดี คือ หลังการรักษาเพียงครั้งเดียวื เส้นเลือดขอดส่วนใหญ่จางลงค่อนข้างมาก


ข้อเสีย คือ นอนร.พ.ประมาณ 3 - 5 วัน อาจมีอาการปวดได้เล็กน้อยหลังผ่าตัด
3.เลเซอร์ ใช้ในการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก(ใยแมงมุมขนาดเล็ก) ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 3 มล. ยิงเข้าไปบริเวณที่ต้องการรักษา ซึ่งพลังงานเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเส้นเลือดขอด โดยไม่ทำให้เกิดบาดแผลแต่อย่างใด หลังทำคนไข้อาจมีรอยช้ำๆ บ้าง แต่รอยก็จะค่อยๆ จางหายไปเอง ส่วนเลเซอร์อีกชนิดหนึ่งใช้ตัวนำเลเซอร์สอดเข้าไปในเส้นเลือด เหมาะกับเส้นเลือดขนาดปานกลาง


ข้อดี คือ ไม่ต้องนอนร.พ.


ข้อเสีย คือ ราคาสูง และต้องทำการรักษาหลายครั้ง






สำคัญที่สุด
ไม่ว่าจะรักษา ด้วยวิธีใด หลังจากนั้น ควรสวมถุงน่อง เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำสวมเวลาที่ต้องทำงาน ที่ยืน หรือเดิน

Wednesday, January 11, 2012

ร้อยไหมยกกระชับหน้า



ปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวหน้า ไม่ว่าจะเปลือกตาตก ร่องแก้มย้อย แก้มคล้อย คางสองชั้น ล้วนเกิดขึ้นได้ตามกาลเวลาที่ร่วงโรย ดังนั้นความต้องการที่จะยกหน้าให้กระชับ ผิวดูอ่อนเยาว์ เป็นความใฝ่ฝันของทุกคนก็ว่าได้ เราทุกคนต้องการให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ เทคโนโลยี่ด้านความงาม จึงมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะนวัตกรรมชะลอวัย หนึ่งในนวัตกรรมเหล่านั้น ที่เราจะพุดถึง ก็คือ เทคนิคร้อยไหมละลายยกระชับ (PDO)
ร้อยไหมยกกระชับ แก้ไขปัญหาใดได้บ้าง



-คิ้วตก



-แก้มย้อย ไม่กระชับ



-คางสองชั้น เหนียงห้อยยาน



-หน้าอกหย่อยยาน



-ใต้ท้องแขนหย่อนคล้อย



-แก้ไขรูปทรงจมูก



ใช้เวลาทำนานแค่ไหน



ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่งโมง(ร่วมเวลาทายาชา)



เจ็บหรือไม่ บวมหรือเปล่า



รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน



อันตรายหรือไม่



เทคโนโลยี่ ยกกระชับหน้าด้วยไหมละลาย จัดเป็นกรรมวิธีใหม่ที่นำมายกกระชับหน้าที่ได้ผลดี รวดเร็ว โดยใช้ไหมที่ผ่านรับรองจากอย.ของประเทศเกาหลีใต้และอย.ของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ไหมที่ใช้ เป็นไหมชนิด Polydioxanone(PDO) ซึ่งเป็นไหมละลายที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมาก ไม่มีผลปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ไหมละลายที่นำมาร้อยกระชับจะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6 เดือน



ผลอยู่ได้นานเท่าไร



ประมาณ 2-3 ปี



สามารถทำทรีตเมนท์อื่นร่วมด้วยได้หรือไม่
หลังทำการร้อยไหม 2 อาทิตย์ คนไข้สามารถทำทรีทเม้นต์ เลเซอร์ หรือการรักษาหน้า อย่างอื่นๆ ไ้ด้ตามปกติ ซึ่งแตกต่างจากการรัอยไหมแบบเดิม ๆ

Tuesday, August 9, 2011

แนะนำแพทย์คะ





แพทยผู้ดำเนินการ






พญ.พิลัมภา โพธิวัตถุธรรม
-แพทยศาสตร์บัณฑิต ร.พ.รามาธิบดี ม.มหิดล
-วุฒิบัตรด้านเวชศาสตร์ความงามและผิวพรรรณจากAmerican Academy of Aesthetic Medicine(Board Certificate)
-ประกาศนียบัตรอบรมวิชาโรคผิวหนังจากสถาบันโรคผิวหนัง รุ่นที่ 37
-ประกาศนียบัตรอบรมวิชาโรคผิวหนังจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย รุ่นที่30
-ประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดสารเติมเต็มจาก Restylane,Sweden
-ประกาศนียบัตรอบรมเรื่อง คีเลชั่นบำบัด จากสมาคมแพทย์คีเลชั่นแห่งประเทศไทย
-สมาชิกสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย
-สมาชิกศิษย์เก่าสถาบันโรคผิวหนัง
-สมาชิกสมาคมเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพแห่งประเทศไทย
-สมาชิกสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย







นพ.นริทธิ์ สังข์สม
-แพทย์ศาสตร์บัณทิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
-วุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์(ผ่าตัด)
-ประกาศนียบัตรอบรมเรื่อง คีเลชั่นบำบัด จากสมาคมแพทย์คีเลชั่นแห่งประเทศไทย
-ประกาศนียบัตรอบรมเรื่องการผ่าตัดมะเร็งเต้านม และตกแต่งเต้านม จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ปัจจุบันคลินิกหมอนิทธิ์-หมอพิลัมภา มี 2 สาขา

1.สาขาชุมพร 75/64 ถนนกรมหลวง(ปากทางเข้าซอย 3) ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร

ตรวจรักษา โรคผิวหนัง -ผื่นแพ้ เชื้อรา กลาก เกลื้อน เริม งูสวัด ผมร่วง โรคของเล็บ ภูมิแพ้ผิวหนัง
โรคทั่วไป -ไข้หวัด กระเพาะ ปาดศีรษะ ปวดท้อง
โรคทางด้านศัลยกรรม(ผ่าตัด)-ก้อนเนื้อ ซีส ริดสีดวงทวาร ไส้ติ่ง ไส้เลื่อน
แผลเรื้อรัง เส้นเลือดขอด โรคเต้านม
ส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
ความงามและผิวพรรณ - เลเซอร์หน้าใส กำจัดขน ลบรอยสัก
ทรีตเม้นท์ผิวหน้าด้วยเครื่องมือแพทย์
สิว ฝ้า กระ รอยแผลเป็น หลุมสิว จี้ไฝ กระ ติ่งเนื้อ
ริ้วรอยหน้าผาก ตีนกา ร่องแก้ม แก้มตอบ เสริมคาง
ปรับรูปหน้าให้เรียว แก้ไขรอยแผลเป็น
ลดน้ำหนัก ลดเฉพาะส่วน
ผ่าตัดเสริมจมูก แก้ไขหนังตาหย่อนคล้อย แก้ไขถุงไขมันใต้ตา
เปิดบริการ 10.00-20.00น.ทุกวัน โทร 077-570414
เวลาทำการแพทย์ พญ.พิลัมภา จ-ศ 14.00-20.00 น.
ส 12.00-20.00 น.
อา 10.00-20.00 น.
นพ.นริทธิ์ จ-ศ 17.00-20.00 น.
ส. 10.00-20.00 น.
อา หยุด

2.สาขาเขาปีบ ตลาดสดเขาปีบ ติดร้านบิ๊กวัน โทร 081-3261770

ตรวจรักษา โรคผิวหนัง -ผื่นแพ้ เชื้อรา กลาก เกลื้อน เริม งูสวัด ผมร่วง โรคของเล็บ ภูมิแพ้ผิวหนัง
โรคทั่วไป -ไข้หวัด กระเพาะ ปาดศีรษะ ปวดท้อง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
ไขมันในเลือดสูง
เส้นเลือดขอด เจาะเลือด ตรวจสุขภาพทั่วไป
ความงามและผิวพรรณ - เลเซอร์หน้าใส กำจัดขน ลบรอยสัก
สิว ฝ้า กระ รอยแผลเป็น หลุมสิว จี้ไฝ กระ ติ่งเนื้อ
ริ้วรอยหน้าผาก ตีนกา ร่องแก้ม แก้มตอบ เสริมคาง
ปรับรูปหน้าให้เรียว ลดขนาดน่อง ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ
ลดน้ำหนัก ลดเฉพาะส่วน
ทรีตเม้นท์ผิวหน้าด้วยเครื่องมือแพทย์
เปิดบริการ 7.30-17.30 น.หยุดวันอาทิตย์
เวลาทำการแพทย์ พญ.พิลัมภา จ-ส 8.00-12.00 น.